Category Archive Web

Byadmin

การดู Backlink ของ website ใน SEMRush

การดู Backlink ของ website ใน SEMRush จะอยู่ในส่วนของ Domain analytic แล้วเลือก Menu backlink ซึ่งเราสามารถใส่ชื่อเว็บไชต์ที่เราต้องการดูรายงาน Backlink แล้วกด search

SemRush จะแสดงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เรานำไปใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บของเราในการทำ SEO

ในตอนนี้เราจะมาศึกษาขั้นตอนการดูข้อมูล Backlink กันครับ

ขั้นตอนดู Report

1 ไปที่เมนู Domain analytics > Backlinks จากนั้นใส่ชื่อเว็บไซต์ของเรา หรือชื่อเว็บไชต์อื่นๆที่เราต้องการศึกษา ลงไปยังช่อง search จากนั้น คลิกปุ่ม search

2 SEMRush จะแสดงหน้า Overview เป็นหน้าแรก พร้อมแสดงข้อมูลต่างๆ ให้เราได้นำไปใช้วิเคราะห์

การอ่านผล

การอ่านผลนั้นจะมีข้อมูลสำคัญๆ ที่เราจะใช้เป็นพื้นฐานดังนี้

1. Total Backlins, Referring Domains, Referring IPs, Authority Score

ค่าทั้ง 4 ตัวมีความหมายดังนี้

1.1 Total Backlinks คือ จำนวน Backlink ที่ชี้มาทั้งหมด

1.2 Referring Domains คือจำนวน Domain ที่ชี้มายัง website โดยนับ 1 แต้มต่อ 1 Domain ไม่ว่าจะมีกี่ Link ก็ตาม

1.3 Referring IPs คือ จำนวน IPs ที่ชี้มายัง website 1 แต้มต่อ 1 IP

1.4 Authority Score : คือค่าคุณภาพของ web โดยรวม บอกถึงความแข็งแกร่งและความนิยม โดยคำนวณจาก คุณภาพของ Backlink, Organic search และ traffic data

โดย authority score นี้มีค่า 0-100 ยิ่งสูงยิ่งดี

การใช้งานเราจะวิเคราะห์ที่ตัว authority score เป็นหลัก โดยดูคุณภาพโดยรวม ว่าเว็บไซต์มีกลยุทธ์อย่างไร จำนวน backlink เท่าไร visit เท่าไร เพื่อให้เราเปรียบเทียบเรากับคู่แข่ง เพื่อวางแผนในการพัฒนาเว็บของเราครับ

2 กราฟ New and Lost backlinks

กราฟจะแสดงข้อมูว่า ในช่วงเวลาที่แสดง เว็บไซต์ที่เราทำการวิเคราะห์ มี Backlink เพิ่มขึ้นเท่าไร ลดลงเท่าไร ทำให้เราสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของเว็บไชต์ที่เรากำลังศึกษาได้ เช่น ในกรณีที่เรากำลังศึกษาเว็บของคู่แข่ง แล้วเห็นว่าคู่แข่งมี backlink หายไป เราอาจจะวางแผนที่จะไปเอา backlink นั้นมาเป็นของเราก็ได้

3. กราฟ Backlink type

กราฟนี้จะบอกว่า Backlink มาจากส่วนประกอบอะไร แยกเป็น Hyperlink, image, form, frame เป็นต้น โดยข้อมูลนี้เราจะนำมาวิเคราะห์เช่น กรณีที่เราทำเว็บเกี่ยวกับสินค้า มีรูปสินค้า เราก็น่าจะคิดหาวิธีเพิ่ม backlink ที่เป็น image เป็นต้น

4 Follow vs Nofollow

คำว่า follow หรือ No follow คือการบอก search engine ว่า ในเว็บไชต์ที่เราทำการวิเคราะห์อยู่นั้น เวลาที่ user คลิก Link แล้วไปยังเว็บไซต์อื่นๆ จะให้ตัว bot ของ search engine ตาม link นั้นไปหรือไม่

Follow หรือ No follow นั้น webmaster จะกำหนดค่าใน code html

กรณีที่ webmaster จะกำหนด เป็น No follow เช่น เว็บบอร์ด ที่ user สามารถ post ข้อความได้ ตรงนี้ก็จะมี user บางคนมักจะมาฝาก link โพสต์ Link ไว้ ดังนั้น webmaster ก็จะกำหนดให้เป็น No follow เพื่อให้ไม่มีผลกระทบต่อ SEO ของ web เป็นต้น

สำหรับกราฟตัวนี้ใช้เพื่อดูสถานะของ Follow และ No follow โดยจุดมุ่งหมายคือ เราจะต้องพยายามเพิ่ม Follow backlink ให้มากขึ้นครับ

5 TLD Distribution

คือการแบ่งประเภทของเว็บไชต์ที่ชี้มา ว่ามี Domain นามสกุลอะไร โดยถ้าได้ backlink ที่มาจากรัฐบาล เช่น .gov, .edu ถือว่าเป็นประโยชน์กับเว็บเราครับ

6 Country

ใช้ดูว่า Backlink มาจากประเทศอะไรบ้าง ตัวนี้จะวิเคราะห์คู่แข่งได้เช่น กรณีที่มี backlink จากประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ website อาจจะคาดเดาได้ว่าคู่แข่งของเรามีการซื้อ backlink ราคาถูกเพื่อชี้มายัง web เป็นต้น

7. Top anchors and Anchors term

ตัวนี้จะบอกว่า keyword หรือ term อะไรที่ backlink ชี้มายังเว็บ ซึ่งมักจะเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของเว็บที่เราทำการวิเคราะห์

ตัวอย่างเช่น กรณีที่เราวิเคราะห์คู่แข่ง เราก็ดูตัว Term ต่างๆ เราก็คาดเดาได้ว่า คู่แข่งมีการโปรโมทสินค้าอะไร ใช้วิธีการแบบไหน เป็นต้น

(Note : Top anchor Terms ยังเป็น beta version นะครับ ซึ่งจะยังไม่แสดงถ้าเว็บไซต์นั้นเป็น เว็บที่มี backlink สูงๆ เช่น amazon)

8 Domain score, Trust Score

ค่านี้จะแสดงถึงจำนวน Backlink ที่ชี้มายัง Domain โดยค่าจะมีการอัพเดตเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

(SEMRush สมัยก่อน แสดงไว้ในหน้า overview แต่ ณ ปัจจุบันวันที่เขียน ไม่ได้ถูกแสดงแล้ว แต่ยังสามารถดูได้ และได้ถูกนำไปใช้ในการคำนวน Authority score) 

ความหมายของสองค่านี้คือ

Domain score = จำนวนของ Backlink ที่ชี้มายัง domain name นี้

Trust score = คือจำนวนของ Backlink จาก trust website

ข้อมูลสองส่วนนี้มีความสัมพันธ์กัน ในกรณีที่ Trust score มีค่าต่ำกว่า Domain score มากๆ อาจจะคาดเดาว่า Backlink ที่ชี้มายัง Domain เป็น Backlink ที่ไม่ดี

สรุป

ในตอนนี้ เราก็ได้เรียนรู้ การดู Backlink ของ website ใน SEMRush กันไปแล้ว ซึ่งข้อมูลต่างๆ ก็มีความสำคัญ ในการวิเคราะห์คู่แข่ง และวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ให้กับเว็บไซต์ของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ในการโปรเมท เว็บไชต์โดยใช้การทำ SEO นะครับ

สำหรับตอนนี้ สวัสดีครับ

Reference

ทดลองใช้งาน SEMRush : SEMRush Free Trial

Follow No Follow article : https://searchengineland.com/infographic-nofollow-tag-172157

ติดตามบทความด้านการทำเว็บไซต์ได้ที่นี่ : https://www.mifasoft.com/category/article/web/

Byadmin

การติดตั้ง Facebook comment ใน wordpress

Facebook comment ใน wordpress ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน website ของเรา ไม่ต้องมาสมัครสมาชิกในเว็บเราอีกครั้ง โดยใช้บัญชี facebook ที่ผู้ใช้งานมีอยู่แล้วมา comment ในบทความของเราได้เลย

ในตอนนี้เราจะมาติดตั้ง Facebook comment ให้กับ เว็บไซต์ wordpress ของเราครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอน

1. ให้ Login ที่หน้าจอ Admin Dashboard ก่อนนะครับ จากนั้นไปที่เมนู Plugin แล้วคลิก Add new

2. ค้นหา facebook comment plugin โดยพิมพ์หาที่ช่อง Search

3. ทำการติดตั้ง จากนั้นทำการ Activate

4. หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ตัว Plugin จะมีเมนูให้ทางด้านซ้ายมือ เมื่อคลิกเข้าไปเราจะต้องกรอก Facebook App ID ซึ่งเราต้องไปทำการสมัครแล้วสร้าง App ID เสียก่อน โดยสามารถสร้างได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

5. ถ้ายังไม่มี Facebook app id ให้ไปทำการสมัครเป็น Developer เสียก่อน แล้วทำการสร้าง App ID ตามขั้นตอนถัดไป แต่ถ้าใครมีแล้วสามารถข้ามช่วงนี้ไปได้เลย

6. ไปที่ https://developers.facebook.com/docs/apps/register

7. ทำการลงทะเบียนเป็น Developer เสียก่อน

8. ทำการสร้าง App โดยระบุชื่อ เช่นชื่อ เว็บของเราก็ได้

9 เมื่อคลิกสร้าง App ระบบจะ generate เลข App id มาให้เรา โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เมนู การตั้งค่า > ข้อมูลพื้นฐาน ตรงส่วน App จะมีเลข ID อยู่ ให้ copy มาได้เลย

C:\Users\saran\AppData\Local\Temp\SNAGHTML32c2a1f.PNG

10 กลับมาที่หน้า Facebook comment plug in ให้เอาเลข App ID มาใส่

11 เลื่อนไปด้านล่าง ให้เปิดใช้งานในส่วนของ Post

12 ทดสอบหน้าโพสต์ จะมี facebook comment มาปรากฎอยู่ที่หน้าโพสต์แล้วครับ

สรุป

สำหรับตอนนี้เราก็ได้ติดตั้ง Facebook comment ใน wordpress ของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำเว็บไซต์ด้วย wordpress นะครับ

สำหรับตอนนี้ สวัสดีครับ

ติดตามบทความเกี่ยวกับ wordpress ได้ใน Link นี้ >>> https://www.mifasoft.com/tag/wordpress/

Byadmin

wordpress – Import ข้อความและรูปภาพจาก Microsoft word (docx) ด้วย Mammoth plugin

ผมเป็นคนที่ชอบเขียนบทความในไฟล์ Microsoft word ก่อน จากนั้นจึงเอามาใส่ใน wordpress อีกที แต่ก็มีปัญหาว่า การ copy and paste ทำให้ทำงานช้ามาก แถมยังเสียเวลากับการ import รูปภาพอีก

ผมจึงได้ค้นหาใน google จนเจอ plugin ตัวหนึ่งชื่อว่า mammoth เป็น plugin ที่สุโค่ยมากๆ

วันนี้จะมาแนะนำ plugin ตัวนี้กันครับ

ขั้นตอน

1 เราจะทำการติดตั้ง mammoth plugin กันก่อน โดยไปที่หน้าจอของ admin แล้วติดตั้ง plug in โดย search จนเจอ plug in ตามรูปด้านล่างแล้วทำการติดตั้งเลยนะครับ

2 เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วไปที่เขียนบทความใหม่ จะเห็นปุ่มเลือกไฟล์ด้านล่าง ให้ทำการเลือกไฟล์ word ของเราครับ

3 กด insert into editor ได้เลย แล้วรอ

4 จากนั้นข้อความและรูปภาพจาก word ก็จะไปปรากฎบน editor แล้วครับ ผมก็จะทำการแปลงเป็น block เสียก่อน แล้วหลังจากนั้น เราก็ทำการปรับแต่งได้ ตามสะดวกเลยครับ

หลังจากใช้ mammoth plugin แล้วรู้สึก ชีวิตง่ายขึ้นมาก ก็ขอขอบคุณคนที่ทำมันขึ้นมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และหวังว่าเพื่อนๆ คนทำเว็บ จะชอบมันด้วยเช่นกันครับ สำหรับตอนนี้ สวัสดีครับ

ติดตามบทความเกี่ยวกับ wordpress ได้ที่นี่ครับhttps://www.mifasoft.com/tag/wordpress/