Author Archive admin

Byadmin

cocoapods ตอนที่ 4 – การนำ Library มาใช้ใน Project

จากตอนที่แล้ว ตอนที่ 3 การติดตั้ง Pod ใน Project เราได้ทำการสร้าง Podfile ใน project ในตอนนี้เราจะมาทำการแก้ไข Podfile แล้ว install library ต่างๆ

ขั้นตอน

1 ไปที่ web coccoapods.org เพื่อทำการค้นหา library ที่ต้องการใช้งาน เช่น ในบทนี้ผมต้องการทำโปรเจ็คเกี่ยวกับ Json ผมก็ทำการค้นหาและพบว่า SwiftyJSON เป็น library ที่นักพัฒนานิยมนำมาใช้

ภาพที่ 1 SwiftyJSON ใน cocoapods.org
ภาพที่ 1 SwiftyJSON ใน cocoapods.org

2 จาก Podfile ที่เปิดทิ้งไว้ใน xcode จากตอนที่แล้ว เราทำการเพิ่ม คำสั่งว่าเราจะใช้ swiftyJSON โดยพิมพ์ pod ‘SwiftyJSON’

pod 'SwiftyJSON'
ภาพที่ 2 แก้ไข Podfile เพื่อเตรียมทำการ load SwiftyJSON
ภาพที่ 2 แก้ไข Podfile เพื่อเตรียมทำการ load SwiftyJSON

3 save แล้วปิด xcode จากนั้นไปที่ terminal ใน folder ของ project พิมพ์ pod install

$pod install
ภาพที่ 3 install library เข้ามาใน project
ภาพที่ 3 install library เข้ามาใน project

4 cocoapods จะทำการ download library ต่างๆ ที่เราระบุใน podfile มาให้โดยอัตโนมัติ

ภาพที่ 4 install library เรียบร้อยแล้ว
ภาพที่ 4 install library เรียบร้อยแล้ว

5 กรณีที่ต้องการ update ก็ไปที่ terminal ใน folder project แล้วพิมพ์​ pod update ก็จะเป็นการ update library ต่างๆ ให้เป็น version ล่าสุดครับ

ตอนนี้ก็จะเป็นตอนสุดท้ายของ cocoapods intallation แล้วนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคน แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

Byadmin

Cocoapods ตอนที่ 3 – ติดตั้ง pod ใน project

ทุกโปรเจ็คที่จะใช้งาน library จาก cocoapods.org จะต้องติดตั้งตัว pod ลงใน project ก่อน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ

ขั้นตอนการติดตั้ง Pod

1. สร้าง Xcode project ก่อน จากนั้นให้ปิด project ปิด xcode โดยจากภาพผมสร้างโปรเจ็คชื่อ TestCocoapods ไว้ที่ desktop

ภาพที่ 1 ทำการสร้าง xcode project ไว้บน desktop
ภาพที่ 1 ทำการสร้าง xcode project ไว้บน desktop

2. เปิด terminal แล้วไปยัง directory ของ project ใช้คำสั่ง ls เพื่อดูไฟล์ใน folder จะเห็นว่ามี 2 รายการอยู่ข้างใน

$ cd desktop
$ cd TestCocoaPods
$ ls
ภาพที่ 2 ใช้คำสั่ง ls จะเห็นไฟล์ xcode project กับ folder
ภาพที่ 2 ใช้คำสั่ง ls จะเห็นไฟล์ xcode project กับ folder

3. ติดตั้ง pod โดยพิมพ์ว่า pod init

ภาพที่ 3 ใช้คำสั่ง pod init เพื่อติดตั้ง podfile ใน xcode project
ภาพที่ 3 ใช้คำสั่ง pod init เพื่อติดตั้ง podfile ใน xcode project

4. จะมีไฟล์ Podfile สร้างขึ้นใน folder ของโปรเจ็ค

ภาพที่ 3 Podfile ถูกสร้างขึ้นใน folder ของ Project
ภาพที่ 3 Podfile ถูกสร้างขึ้นใน folder ของ Project

5. เข้าไปแก้ไขหรือดูรายละเอียด podfile โดยใช้ texteditor ของ xcode โดยพิมพ์ open -a Xcode Podfile

$ open -a Xcode Podfile
ภาพที่ 5 คำสั่งเปิด Podfile ใน xcode
ภาพที่ 5 คำสั่งเปิด Podfile ใน xcode
ภาพที่ 6 เปิด Podfile ใน xcode
ภาพที่ 6 เปิด Podfile ใน xcode

Podfile จะใช้ในการระบุ Library ที่เราจะใช้ในโปรเจ็คครับ ในตอนหน้าเราจะมาทำการแก้ไข podfile กันครับ

Byadmin

Cocoapods ตอนที่ 2 – การติดตั้ง cocoapods

Cocoapods จะต้องถูกติดตั้งลงในเครื่องก่อน เพื่อใช้ดึง Library เข้ามาใช้ในโปรเจ็ค โดยการติดตั้งจะทำครั้งแรกครั้งเดียว

ขั้นตอนในการติดตั้ง

  1. เปิด Terminal แล้วพิมพ์ sudo gem install cocoapods (เวลาพิมพ์ระวังพิมพ์ผิดนะครับ cocopod, coacopods, cocopods ตัว a จริงๆ ต้องเป็น cocoapods)

sudo gem install cocoapods

ภาพที่ 1 เปิด Terminal แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่อติดตั้ง coacopods
ภาพที่ 1 เปิด Terminal แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่อติดตั้ง coacopods

2. ระให้ระบบทำการ install จากนั้นระบบจะแสดงข้อความว่า install เรียบร้อยแล้ว

ภาพที่ 2 cocoapods ถูกติดตั้งในเครื่อง

3. Set up Pod โดยพิมพ์ pod setup –verbose

pod setup –verbose

ภาพที่ 3 set up pod
ภาพที่ 3 set up pod

จากนั้นรอให้ระบบทำการ setup จนเสร็จ อาจจะใช้เวลาบ้างแล้วแต่ความเร็วของอินเตอร์เน็ต เมื่อเสร็จแล้วโปรแกรม pod ก็พร้อมที่จะใช้งานในการดึง library เข้ามาในโปรเจ็คแล้วครับ

Byadmin

Cocoapods ตอนที่ 1 – แหล่งรวม Library สำหรับนักพัฒนา

cocoapods.org เป็นเว็บที่รวม Library สำหรับ swift และ Objective C

ใน Cocoapods จะมี Library ต่างๆ ซึ่งนักพัฒนาคนอื่นๆ ได้แชร์ไว้ เราสามารถนำมาใช้ในโปรเจ็คเราได้ ช่วยลดเวลาในการเขียนโค้ด และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คนอื่นเขียนไว้แล้ว และเรายังสามารถแบ่งปันให้คนอื่นใช้ร่วมกันด้วย ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมนักพัฒนาโปรแกรม

ภาพที่ 1 เว็บ cocopods.org
ภาพที่ 1 เว็บ cocopods.org

การใช้งานเว็บ cocoapods ให้ไปที่ www.cocopods.org จะมีหน้าต่างค้นหาแสดงเป็นหน้าแรก เราสามารถทำการค้นหาโดยพิมพ์ข้อความในช่อง search

ภาพที่ 2 การค้นหา Library ใน cocopods
ภาพที่ 2 การค้นหา Library ใน cocoapods

จากตัวอย่าง ผมต้องการ Library ที่สามารถแสดงภาพไอคอนว่าแอปกำลังโหลดอยู่ โดยวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ในโปรเจ็คขณะรอโหลดหน้าข้อมูล ผมก็ search คำว่า Progress

เว็บก็จะแสดงรายการของ Library ที่นักพัฒนาคนอื่นๆได้แชร์ไว้ ผมก็ทำการคลิกดูแต่ละอันว่าตรงตามวัตถุประสงค์รึเปล่า

ภาพที่ 3 ตัวอย่าง Library จะมีการแสดงข้อมูลและตัวอย่างหน้าจอ
ภาพที่ 3 ตัวอย่าง Library ProgressHUD จะมีการแสดงข้อมูลและตัวอย่างหน้าจอ

คลิกเลือกที่ ProgressHUD แล้วเข้าไปดูรายละเอียด ก็จะเห็นว่ามี Icon แบบที่ผมต้องการได้มีนักพัฒนาแชร์ไว้แล้ว ผมสามารถนำมาใช้โปรเจ็คได้เลย

การนำมาใช้ในโปรเจ็คจะอาศัยเครื่องมือของ cocoapods ซึ่งผมจะอธิบายในตอนถัดไปครับ

Byadmin

ASP.NET CORE WEB API ตอนที่ 1 การสร้างโปรเจ็ค

Asp.net core ได้เตรียม template สำหรับการสร้างโปรเจ็คไว้แล้ว สามารถสร้างแล้วลองรันดูได้เลย

ขั้นตอน

1.เลือก File > New project

ภาพที่ 1 การสร้างโปรเจ็ค

2. เลือก Asp.net core web application

ภาพที่ 2 เลือก project web API

3. เลือก Version เป็นล่าสดุ (ในขณะเที่เขียนเป็นเวอร์ชั่น 2.1) จากนั้น เลือก API และเอา check ที่ docker ออก

ภาพที่ 3 เลือกเวอร์ชั่นล่าสุด แล้วเลือก API

4. Visual studio จะทำการสร้าง Project ให้ โดยมี structure และไฟล์ที่จำเป็นต่างๆ ไว้ให้แล้ว

ภาพที่ 4 โปรเจ็คถูกสร้างพร้อมด้วยไฟล์ต่างๆ ที่จำเป็น

5. ทำการทดสอบ Run หน้าต่าง browser จะแสดงตัวอย่างข้อมูล

ภาพที่ 5 browser แสดงข้อมูลตัวอย่าง
Byadmin

CLI package manager ติดตั้งโปรแกรมไม่ง้อ GUI

การติดตั้งโปรแกรมโดยปกติจะทำผ่าน Graphic User interface คือ ดับเบิ้ลคลิก ไฟล์ที่ใช้ติดตั้ง แล้วก็ next next next ซึ่งการทำแบบนี้เหมาะกับการติดตั้งที่ไม่ได้สลับซับซ้อน

แต่ถ้าต้องการติดตั้งที่ซับซ้อนขึ้นมีการทำ automate ต่างๆ แล้ว การใช้ command line จะสะดวกกว่า

เครื่องมือฟรีในการติดตั้งผ่าน command line (หรือเรียกว่า CLI pakcage manageer) ที่นิยมได้แก่

ค่าย Window – Chocolatey

Chocolatey เป็น CLI package manager สำหรับ windows
การลงโปรแกรมใช้คำสั่ง

choco install ชื่อpackage

สำหรับ package ที่สามารถ install ผ่าน chocolatey ได้ สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บ chocolatey ในหน้า package ตัวอย่างเช่น โปรแกรม acrobat reader, flash และอีกมากมาย

ภาพที่ 1 Chocolatey website

ค่าย Mac – Homebrew

สำหรับคนใช้ mac ก็มี Homebrew ที่ใช้ติดตั้ง package ต่างๆ ได้ เช่นเดียวกับ choco

การติดตั้ง พิมพ์ว่า :

brew install ชื่อpackage
Byadmin

Angular ตอนที่ 1 ติดตั้ง

ขั้นตอน

  1. ไปที่ command prompt พิมพ์ npm install -g @angular/cli
ภาพที่ 1 การติดตั้ง angular

2. รอจนติดตั้งเสร็จ

ภาพที่ 2 ระบบแจ้งว่าติดตั้ง angular เรียบร้อยแล้ว

3. สร้าง project โดยไปยัง path ที่ต้องการสร้าง project จากนั้น พิมพ์ :

ng new my-app

4. ไปยัง folder ที่สร้าง project จากนั้นสั่ง run server โดยพิมพ์ :

ng serve

ภาพที่ 4 run server แล้วระบบจะบอก url ที่ใช้ทดสอบ server มาให้

4.จากนั้นทดสอบ Run โดยไปที่ browser แล้วพิมพ์ url ตามที่ ระบบบอกใน comand prompt จากภาพตัวอย่าง พิมพ์คำว่า localhost:4200

ภาพที่ 5 หลังจาก พิมพ์ localhost:4200 ใน browser จะแสดงหน้าแรกของ angular

เสร็จขั้นตอนการติดตั้งและทดสอบสร้าง project

Byadmin

Unity3D ตอนที่ 9 เหตุการณ์การชนกันของวัตถุ (Collision)

ภาพที่ 9-1 ติ๊กถูกที่ Is Trigger เพื่อให้วัตถุตอบสนองต่อเหตุการณ์การชน
ภาพที่ 9-2 สร้าง script กำหนดการทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์การชน
ภาพที่ 9-3 จัดระเบียบไฟล์ script
ภาพที่ 9-4 Double click ไฟล์ script เพื่อทำการแก้ไข
ภาพที่ 9-5 script ที่ระบบสร้างให้
ภาพที่ 9-6 ลบ script ที่ระบบสร้างให้ออก แล้วแก้ไขดังภาพ จากนั้น Save file แล้วกลับไปที่ Unity3D
ภาพที่ 9-7 กด Play เพื่อทดสอบ
ภาพที่ 9-8 เมื่อบอลชนกล่องแล้วกล่องจะหายไป ตามที่เขียนไว้ใน script
Byadmin

Unity3D ตอนที่ 8 การชนของวัตถุ (Rigidbody physics)

ภาพที่ 8-1 สร้างกล่องสี่เหลี่ยม (cube)
ภาพที่ 8-2 ปรับขนาดกล่อง
ภาพที่ 8-3 ย้ายตำแหน่งกล่องใน scene
ภาพที่ 8-4 เพิ่ม Physic rigidbody component ไปยังกล่อง
ภาพที่ 8-5 เอาติ๊กออกที่ use gravity
ภาพที่ 8-6 ทดสอบการเล่น
ภาพที่ 8-7 ทดสอบติ๊ก Is Kinematic
Byadmin

Unity3D ตอนที่ 7 การปรับแต่งแสงในเกม

ภาพที่ 7-1 ขั้นตอนการเลือก Light
ภาพที่ 7-2 การหมุนมุมของแสง